อัพเดทข่าวสารบ้านเมือง

cover-photo-3tnew

ทนายเดชา

2 สาวร้องทนาย ถูกอดีตข้าราชการลวงข่มขืนอัดคลิปแบล็กเมล์

2 สาวร้องทนาย ถูกอดีตข้าราชการลวงข่มขืนอัดคลิปแบล็กเมล์

2 สาวร้องทนาย ถูกอดีตข้าราชการลวงข่มขืนอัดคลิปแบล็กเมล์ ที่สำนักงานทนายคลายทุกข์ ซอยรามอินทรา 52/1 น.ส.เอ (นามสมมุติ) และ น.ส.บี (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เข้าพบนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เพื่อติดตามกรณีมาปรึกษาข้อกฎหมายหลังถูกหนุ่มใหญ่หลอกมีเพศสัมพันธ์แล้วถ่ายคลิปวิดีโอข่มขู่จะแบล็กเมล์ ซึ่งผู้เสียหายเคยแจ้งความดำเนินคดีเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า น.ส.เอ (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนรู้จักผู้ก่อเหตุผ่านเฟซบุ๊กและคบหาเป็นแฟนตั้งแต่ เม.ย.แล้วเลิกรากันไปช่วง ก.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุพยายามโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาโดยใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ และโพสต์รูปภาพส่วนตัวที่ไม่เหมาะสมขณะอยู่บนเตียงด้วยกันลงไปที่เพจซึ่งตนขายของออนไลน์ และผู้ก่อเหตุ พยายามให้ตนกลับไปพบที่โรงแรม เพื่อสานต่อความสัมพันธ์จนสิ้นปีนี้ จึงจะยอมเลิกรา โดยตนเคยไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่ตำรวจมองว่าเป็นเรื่องผัวเมีย ซึ่งผู้ก่อเหตุยังพยายามโทรศัพท์ติดต่อกลับมา แต่ตนก็ไม่กล้ารับสาย เนื่องจากยังมีความกลัวในการใช้ชีวิต กระทบไปถึงคนในครอบครัวอีกด้วย ทำให้ต้องคอยเปลี่ยนที่พัก เพราะผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีคนคอยหนุนหลัง อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกกระทำแต่ไม่กล้ามาแจ้งความ เพราะเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2550 บางคนไปมีลูกมีครอบครัวแล้ว จึงเกรงจะเกิดความอับอายขึ้นได้ น.ส.บี (นามสมมุติ) กล่าวว่า เหตุของตนเกิดช่วงปลายปี 2561 ถึงต้นปี 2562 ระหว่างที่ยังคบหากันก็เคยส่งรูปโป๊เปลือยและมีเซ็กส์โฟน แต่ไม่ทราบว่าเขาบันทึกเรื่องราวเอาไว้ กระทั่งมีปัญหา ตนขอเลิกราแล้วผู้ก่อเหตุเริ่มโพสต์รูปที่ตนอยู่บนเตียงกับเขา แม้จะไม่ใช่รูปโป๊เปลือย …

2 สาวร้องทนาย ถูกอดีตข้าราชการลวงข่มขืนอัดคลิปแบล็กเมล์ Read More »

ทนายเดชา เผยแม่แตงโมป็นคนส่งมือถือให้บังแจ็ค เพราะหลงเชื่อว่ากู้ข้อมูลได้

ทนายเดชา เผยแม่แตงโมป็นคนส่งมือถือให้บังแจ็ค เพราะหลงเชื่อว่ากู้ข้อมูลได้

ทนายเดชา เผยแม่แตงโมป็นคนส่งมือถือให้บังแจ็ค เพราะหลงเชื่อว่ากู้ข้อมูลได้ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ทนายคุณแม่แตงโม ได้ออกมาแถลงข่าวถึงกรณีนี้หลังได้พูดคุยกับคุณแม่แตงโม อย่างเป็นทางการ แล้วได้ทราบว่า ตนได้รับการยืนยันจากคุณแม่เมื่อช่วงบ่าย ยืนยันว่า มือถืออยู่ที่บังแจ็ค โดยส่งไปที่สหรัฐอเมริกา ส่วนตัวคิดว่าเป็นการส่งทางไปรษณีย์ โดยคุณแม่เป็นคนดำเนินการด้วยตัวเอง โดยก่อนหน้านี้ “บังแจ็ค” ได้ติดต่อมาหาคุณแม่บ่อยจนเป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะคุณแม่คุยด้วยแล้วสบายใจ โดยบังแจ็คอ้างว่า มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าแตงโมเป็นคดีฆาตกรรม พูดจนคุณแม่เชื่อทุกอย่างจนส่งมือถือไปให้ ส่วนเรื่องการซื้อขายมือถือราคา 3 แสนบาท จากที่พูดคุยกับคุณแม่ ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้เลย หลังจากคุณแม่ได้รับมือถือจากตำรวจมาแล้ว คุณแม่อยากจะรู้ว่าในมือถือของแตงโมมีอะไรบ้าง แต่เปิดไม่ได้เพราะคุณแม่ใช้ไม่เป็น เลยไปติดต่อศูนย์มือถือเพื่อกู้คืน แต่ก็ดำเนินการไม่ได้ แต่คุณแม่หลงเชื่อบังแจ็คว่าจะสามารถกู้ภาพบนเรือมาได้จึงส่งมือถือไป เท่าที่คุยกับแม่ น่าจะมี 2 ภาพที่หายไป แต่การสืบสวนในทางลับ บังแจ็คอาจจะนำข้อมูลนี้ไปให้ยูทูบเบอร์คนดัง แล้วนำมาเชื่อมโยง  ส่วนเรื่องรหัสต่างๆ การส่งไลน์นั้น เป็นฝีมือของบังแจ็คหรือไม่ เรื่องนี้คุณแม่ขอเวลา 2 วัน จะเป็นคนพูดเอง ซึ่งคุณแม่ก็เครียดที่ต้องพูดเรื่องนี้

โซเชียลสงสัย ใครโพสต์ข้อความปริศนาเฟซบุ๊กแตงโม

โซเชียลสงสัย ใครโพสต์ข้อความปริศนาเฟซบุ๊กแตงโม

โซเชียลสงสัย ใครโพสต์ข้อความปริศนาเฟซบุ๊กแตงโม จากในกรณี เฟซบุ๊กส่วนตัวของ แตงโม นิดา ได้มีการโพสต์ภาพบุคคลยืนหันหลังโบกอยู่บนหัวเรือสปีดโบ๊ต โดยมีฉากหลังเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมข้อความ “หนูถูกทำร้ายจากเพื่อนที่เรารักแล้วไว้ใจ” ทำให้เกิดเป็นปริศนาว่าใครเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว ล่าสุดทางด้านนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ทนายคุณแม่แตงโม ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า “เรียนสื่อมวลชน ภาพนี้ คุณแม่ไม่ได้เล่นเฟซบุ๊กแตงโม เล่นไม่เป็น และไม่ทราบว่าใครเป็นผู้โพสต์ จึงเรียนมาเพื่อทราบ” และได้โพสต์ข้อความต่ออีกว่า “ผู้ที่เข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ มีความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์มาตรา 9 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

แม่แตงโมแจ้งความ กระติก เพิ่มข้อหาทำลายหลักฐานปมแอบลบภาพจากมือถือ

แม่แตงโมแจ้งความ “กระติก” เพิ่มข้อหาทำลายหลักฐานปมแอบลบภาพจากมือถือ

แม่แตงโมแจ้งความ “กระติก” เพิ่มข้อหาทำลายหลักฐานปมแอบลบภาพจากมือถือ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของดาราสาว แตงโม นิดา พร้อมด้วยทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความชื่อดัง เดินทางมาพบตำรวจ เพื่อแจ้งความกับคนบนเรือเพิ่มเติม โดยเฉพาะกระติก ผู้จัดการส่วนตัวแตงโม ฐานทำลายพยานหลักฐาน โดยทนายเดชา กล่าวว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกนางภนิดาเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อนำไปประกอบสำนวนว่าจะมีการแจ้งข้อหาทำลายพยานหลักฐานกับกระติกเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากพนักงานสอบสวนพบว่า จากการตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารของทั้ง 5 คน พบมีการลบรูปภาพ และทำลายข้อมูลอื่นๆ อีกหลายรายการออกไป ทำให้การดำเนินคดีหรือเอาผิดบุคคลอื่นๆ บนเรือหายไป ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำข้อมูลการสอบคำของนางภนิดาในวันนี้ ไปแจ้งข้อหาทำลายพยานหลักฐานหรือไม่ และอาจมีความเป็นไปได้ที่ทุกคนบนเรือจะถูกดำเนินคดี ในข้อหาทำลายพยานหลักฐาน เนื่องจากทั้งหมดมีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงจ๊อบคนเดียวที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาดังกล่าว  เมื่อถามว่าการตั้งข้อหากระติกฐานทำลายพยานหลักฐานช้าไปหรือไม่ ทนายเดชา ระบุว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน อย่าลืมว่าการจะแจ้งข้อหาดังกล่าวได้ ต้องรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐานเสียก่อน และผลดังกล่าวเพิ่งออกมา

ทนายเดชา เผยตร.จะปิดคดีเเตงโมไม่เกิน 24 เม.ย. ขู่วิจารณ์เเม่เตรียมรับหมายศาลได้เลย

ทนายเดชา เผยตร.จะปิดคดีเเตงโมไม่เกิน 24 เม.ย. ขู่วิจารณ์เเม่เตรียมรับหมายศาล

ทนายเดชา เผยตร.จะปิดคดีเเตงโมไม่เกิน 24 เม.ย. ขู่วิจารณ์เเม่เตรียมรับหมายศาลได้เลย วันนี้ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ในฐานะทนายความของนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน หรือคุณแม่แตงโม นิดา กล่าวถึงกรณียื่นหนังสือขอให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ถอนเรื่องการพิจารณาคำร้องการเสียชีวิตของแตงโม โดยระบุว่าเหตุผลหลักที่ยื่นถอนเรื่อง เพราะมีสมาชิกของกมธ. นำเรื่องในสำนวนและการผ่าชันสูตรไปเผยแพร่ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตำรวจซึ่งไม่เหมาะสม ประกอบกับนางภนิดาพิจารณาเห็นว่าไม่มีความต้องการให้กมธ. ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว เพราะไม่มีข้อสงสัยใดๆแล้ว สำหรับกรณีที่นางภนิดาถูกวิจารณ์ว่าเปลี่ยนไปนั้น เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยน ตอนนี้มองว่าคุณหมอพรทิพย์หมดความจำเป็น เนื่องจากในตอนนั้นเป็นทนายเดิมที่ดูแล ด้วยสถานการณ์ฉุกละหุก ทนายเดิมเลยแนะนำให้ไปขอคำแนะนำจากกมธ. แต่หลังจากนางภนิดาได้ไปพบตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พบหมอนิติเวช สถานการณ์เลยเปลี่ยน พบว่าการทำงานของตำรวจมีความเรียบร้อยดี ทำให้นางภนิดาหมดข้อสงสัย จึงมองว่าคุณหมอพรทิพย์ไม่มีความจำเป็นแล้ว นายเดชายังได้เปิดเผยต่อว่า นางภนิดาไม่ได้ถูกกดดัน หรือถูกข่มขู่ และไม่มีใครเข้ามาแทรกแซง เพราะนางภนิดาไม่กลัวใครอยู่แล้ว แต่การที่นางภนิดาเข้าไปพูดคุยกับตำรวจ เจ้าหน้าที่เพียงระบายกับนางภนิดา โดยเผยถึงความทุกข์ใจที่สมาชิกกมธ. ไปให้สัมภาษณ์เหมือนเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเจ้าหน้าที่ว่าทำงานเอนเอียง นางภนิดาเลยตัดสินใจด้วยตนเองว่าให้ถอนเรื่องให้จบ จะได้ไม่มีใครมีสิทธิ์มาพูดอีก โดยนางภนิดาเองก็ต้องพึ่งตำรวจเพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่ไม่สืบสวนคดีให้แล้ว ใครจะทำ ซึ่งตำรวจมีการรายงานให้นางภนิดาทราบทุกอย่างจนเป็นที่พอใจ …

ทนายเดชา เผยตร.จะปิดคดีเเตงโมไม่เกิน 24 เม.ย. ขู่วิจารณ์เเม่เตรียมรับหมายศาล Read More »