อัพเดทข่าวสารบ้านเมือง

cover-photo-3tnew

สุเทพ ขอให้ดูคดีตนเองเป็นตัวอย่างลั่นคนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คุ้มครองเราเอง

สุเทพ ขอให้ดูคดีตนเองเป็นตัวอย่างลั่นคนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คุ้มครองเราเอง

ที่ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายสุเทพ เทพสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายกฟ้องตนเองพร้อมพวก พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ, พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์, บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด และนายวิศณุ วิเศษสิงห์ กรณีร่วมฮั้วประมูลโครงการสร้างโรงพักทดแทนโครงการก่อสร้างอาคารที่พัก (แฟลตตำรวจ)

โดยด้านนายสุเทพ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

ขอฝากถึงประชาชน คนที่รักชาติ รักแผ่นดิน นักการเมือง และพรรคการเมืองที่มีเจตนาดีต่อบ้านเมืองทั้งหลาย ขอให้ดูกรณีที่เกิดขึ้นกับตนเอง ต้องตกอยู่ภายใต้กระแสการโจมตีว่าเป็นคนเลวคนทุจริต 8-9 ปี แต่ตนเองก็อดทนอดกลั้น โดยอาศัยความจริงเข้ามาต่อสู้  “วันนี้ สำหรับคนที่เป็นคนดีทั้งหลาย ควรจะมีกำลังใจ ประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเราต้องการทำความดีให้กับชาติบ้านเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์เองก็คุ้มครองเรา”

โดยนายสุเทพ ยังกล่าวต่อเพิ่มเติมว่า

ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนว่า ในระบอบประชาธิปไตย อำนาจแบ่งเป็น 3 ฝ่าย โดยอำนาจตุลาการ ที่ศาลเป็นผู้ใช้อำนาจ ยังเป็นที่พึ่งหวังและเป็นหลักของบ้านเมืองได้อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นคนที่ยึดมั่นในหลักการและระบบ ขอให้มีกำลังใจ “สำหรับผมเอง หลังจากทุกข์ทรมานใจมา 8-9 ปี วันนี้ถือว่าพ้นทุกข์ พ้นโศก พ้นเคราะห์สักที ผมก็จะเดินหน้าทำงานให้ประเทศชาติ ประชาชน ตามอุดมการณ์ต่อไป ผมได้ทุ่มเททำงานให้กับบ้านเมือง ประชาชน ด้วยความสุจริต ผมไม่ได้มีใจคิดคดทรยศต่อบ้านเมือง ไม่ใช่คนทุจริตคอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นวันนี้ทุกอย่างได้พิสูจน์แล้ว”

ส่วนจะมีการฟ้องร้องเอาผิดคนที่กล่าวหาอีกหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นอกจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ แล้วตนเองก็ยังไม่ได้คิดว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องกับใครอีก นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังกล่าวถึงเส้นทางทางการเมืองว่า จะขออยู่ข้างๆ ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง เพื่อทำงานร่วมกับพรรครวมพลังต่อไป แต่ไม่ได้ลงในนามหัวหน้าพรรค ยืนยันว่าจะสนับสนุนพรรครวมพลังที่ตนเองได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง โดยในพรรคดังกล่าวมี ส.ส.ถึง 5 คน และมีรัฐมนตรีอีก 1 คน แต่ยืนยันว่าตนเองจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งทางการเมือง ส่วนจะสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ยังต้องรอให้ศาลชี้ชะตาอยู่ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทิศทางของศาลจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งต้องดูท่าทีอีกครั้ง และพร้อมยืนยันว่าตนเองไม่ได้มี Power ทางการเมือง

จากนั้น นายสุเทพและคณะ ได้เดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง และไหว้พระแก้วมรกต ต่อทันที โดยระบุว่า เป็นสิ่งที่จะทำเป็นอันดับแรกหลังจากที่พ้นผิดในวันนี้ นอกจากนี้ยังได้นำดอกไม้ถวายความอาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในการพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวังด้วย