อัพเดทข่าวสารบ้านเมือง

cover-photo-3tnew

ย้ำอีกวันนี้มีโอน "เงินเยียวยาแท็กซี่" วินจยย. รอบแรก 5,000 และ 10,000

เงินเยียวยาแท็กซี่

โอนเงินช่วยเหลือรอบแรกวันที่ 8 – 12 พ.ย. 64 กรมขนส่งฯ เริ่มโอน “เงินเยียวยาแท็กซี่” วินมอเตอร์ไซค์ผ่านบัญชีพร้อมเพย์กลุ่มไหนได้ก่อนเช็คที่นี่

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หลังจากนี้ที่เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาสำหรับผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ และวินจักรยายนต์รับจ้างไปแล้ว กรมการขนส่งทางบกได้เร่งตรวจสอบและคัดกรองความซ้ำซ้อนข้อมูลการลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือ โดยผู้มีสิทธิจะต้องเป็นผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีอายุเกิน 65 ปี ประกอบอาชีพขับรถอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (29 จังหวัด) มีศักยภาพในการขับรถ มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะและบัตรประจำตัวผู้ขับรถสาธารณะ รถที่ใช้ประกอบอาชีพต้องชำระภาษีครบถ้วน และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และในกรณีรถเช่าขับ กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้เช่าก่อนพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขเป็นผู้มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือหรือไม่ เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นไปตามเงื่อนไขจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอรับสิทธิทราบ และดำเนินการโอนเงินให้กับผู้ที่ได้รับสิทธิ

กำหนดระยะเวลาการโอนออกเป็น 2 รอบ ดังนี้

รอบแรกระหว่างวันที่ 8 – 12 พฤศจิกายน 2564 สำหรับผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคล

รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 22 – 26 พฤศจิกายน 2564 สำหรับผู้ขับรถแท็กซี่ที่เช่าขับ ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกบัญชีกับเลขบัตรประจำตัวประชาชนตามที่ได้ระบุไว้ในเอกสารการลงทะเบียน

อย่างไรก็ตามมาตราการดังกล่าว คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินโครงการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่มีอายุเกิน 65 ปี และไม่สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533  และประกอบอาชีพขับรถอยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (29 จังหวัด) โดยหลังจากเปิดให้ผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขข้างต้น สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2564  มียอดลงทะเบียนขอรับสิทธิช่วยเหลือทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 10,789 ราย แบ่งเป็นผู้ขับรถแท็กซี่ จำนวน 5,921 ราย และผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน 4,868 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ตรวจสอบแล้วว่ามีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ 7,017 ราย และรอผลการตรวจสอบ 3,772 ราย

  • สำหรับผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะและรถแท็กซี่ส่วนบุคคลที่ประกอบอาชีพใน 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 10,000 บาทต่อคน
  • ส่วนผู้ขับรถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ประกอบอาชีพใน 16 จังหวัด กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง จะได้รับเงินช่วยเหลือในอัตรา 5,000 บาทต่อคน

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง