อัพเดทข่าวสารบ้านเมือง

cover-photo-3tnew

ผอ.ยึดมือถือนักเรียน ตร.แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ

ผอ.ยึดมือถือนักเรียน ตร.แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ

กรณีผู้ปกครองพา ลูกชายซึ่งเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่จังหวัดบุรีรัมย์ แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.หนองสองห้อง ว่ามือถือที่ชาร์จเอาไว้ในห้องเรียนหายไป ก่อนจะใช้แอปฯ ตรวจหาตำแหน่งจนพบว่ามือถือไปอยู่ที่ ผอ.โรงเรียน กระทั่งผ่านไป 3 วัน ผอ.จึงนำมือถือมาส่งให้ตำรวจ แต่อ้างว่าไม่มีเจตนาจะเอาไปแค่ยึดไว้เท่านั้น ล่าสุดผู้ปกครองได้พาบุตรชาย เข้ายื่นหนังสือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ย้าย ผอ.คู่กรณีออกจากโรงเรียน เพราะเกรงว่าลูกชายจะถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน นักเรียนทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนดังกล่าว เกือบ 50 คน ได้รวมตัวกันเดินทางมาถือป้ายประท้วง ที่หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ พร้อมทั้งยื่นหนังสือเกี่ยวกับพฤติกรรมของ ผอ. รวมจำนวน 33 ข้อ เรียกร้องให้ทางต้นสังกัดได้พิจารณาสั่งย้าย ผอ.ออกนอกพื้นที่ โดยนักเรียนอ้างว่า ผอ.มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายอย่าง ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ และละเมิดสิทธิเด็กนักเรียน เช่น การห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนทั้งที่บางวิชาต้องใช้ในการค้นหาข้อมูล ทรงผมก็ห้ามไว้ยาวเกินติ่งหู ทั้งที่กระทรวงศึกษาอนุโลมให้ไว้ผมยาวได้แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย ให้เด็กเข้าแถวฟังครูให้โอวาทหน้าเสาธงตากแดดนานเกินไปจนเด็กบางคนเป็นลม แต่ผอ.กลับบอกว่าทำไมไม่ออกกำลังกาย รวมถึงพฤติกรรมอีกหลายอย่างที่เด็กรับไม่ได้ และอยากให้ย้าย ผอ.ออกจากโรงเรียน

ด้าน ดร.กฤษ ละมูลมอญ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ระบุว่า ขณะนี้ทาง สพม.ได้ตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหากพบว่ามีมูลก็จะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอน และหากผลสอบพบว่า ผอ.ได้กระทำผิดจริงที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาก็ต้องมีการลงโทษทางวินัยตามระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องคดีต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจที่จะดำเนินการ ทางต้นสังกัดก็ไม่มีสิทธิก้าวล่วง

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทาง ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา ได้ทำรายงานชี้แจงทางต้นสังกัดว่าสาเหตุที่หยิบเอามือถือของเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ไปในวันนั้น เพราะเห็นเด็กชาร์จทิ้งเอาไว้กลัวว่ามือถือจะหายจึงเก็บเอาไว้ให้ แต่พอวันต่อมา ผอ.มีภารกิจไปประชุมและทำกิจกรรมหลายอย่างจึงลืมแจ้งทางครูทราบ กระทั่งได้รับโทรศัพท์จากทางตำรวจว่าเด็กเจ้าของโทรศัพท์ไปแจ้งความว่ามือถือหาย จึงได้นำมือถือไปส่งให้ตำรวจแล้วแจ้งให้ทางตำรวจทราบว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะขโมยหรือลักทรัพย์ เพียงแค่เก็บเอาไว้ให้เท่านั้น